นังบ้าเอาหน้าอย่างเดียว

ครั้งนี้เป็นอีก 1 เหตุการณ์ที่ต้องร่วมงานกับ...

อีโรคจิตที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น

คราวนี้เนี่ย

เรากับมันแล้วก็ผู้ร่วมงานอีกคน

ต้องจัดการบรรยายพิเศษขึ้นมา

โดยที่แบ่งหน้าที่กันไป...

 

หน้าที่ของเรา คือ

1. จัดทำและเสนอโครงการ

2. ทำงบประมาณ

3. ติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่างๆ

4. เช็คความเรียบร้อยในงาน

5. เตรียมเอกสารอื่นๆในการลงทะเบียนเข้างาน และการประเมินผล

6. จัดซื้ออาหารว่างสำหรับวิทยากร

 

หน้าที่ของ อีโรคจิต

คือ การเชิญและดูแลวิทยากร

 

ส่วนผู้ร่วมงานอีกคนไม่ใช่พนักงานประจำ

หน้าที่ของเค้าก็เลยแค่ช่วยดูแลเรื่องของว่างในวันงาน

และดูแลเรื่องอื่นๆทั่วๆไป

 

..................

 

ก่อนวันงาน อีกโรคจิตไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรกับเรา

บอกแค่ว่า วิทยากรชื่ออะไร

ต้องให้กรูไปงมหาประวัติส่วนตัวของวิทยากรเอง

 

แล้วยังแบบว่า เอาเรื่องคราวก่อนมาเป็นเรื่องส่วนตัว

มาปนกับเรื่องงาน

ทำตัวแบบว่า เห็นกรูเป็นอากาศ

มันอยากจะทำอะไรก็ทำ

 

..........................

 

จนกระทั่ง 1 วันก่อนวันงาน

เราก็โทรคอนเฟิร์มกับฝ่ายๆเรื่องวันงานวันรุ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายอาคารสถานที่

ฝ่ายแม่บ้าน ช่างเทคนิค ช่างไฟ

จนมารู้ว่า อีโรคจิต มันนึกจะติดต่อให้คนมาถ่ายวีดิโอในงานเอง

โดยที่ไม่บอกเรา ซึ่งเป็นคนทำโครงการ

คือแบบว่า การทำโครงการเนี่ย

งบประมาณทุกอย่างต้องถูกระบุไว้แต่ทีแรก

ไม่สามารถมาเพิ่มทีหลังได้

แต่มันเสือกติดต่อเอาเองหลังจากนั้น

แล้วไม่บอกกรูซักคำ เลว...วจิงๆ

อีกทั้ง ที่ทำงานเค้ามีการกำหนดค่าแรงพนักงานไว้

แต่อีนี่ ก็ไปบอกพนักงานถ่ายวีดิโอว่า จะให้ดับเบิ้ล

อีเวร...ร งั้นมรึงก็จ่ายเองละกัน

 

คือแบบว่า จิงๆก็ไม่ใช่อะไรหรอก

เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาหลัก

แต่มันไม่บอกหัวหน้าโครงการเลย

แถมไม่ดูเลยว่า งบประมาณพอมั้ย กฎระเบียบเป็นอย่างไร

 

..................

 

พอถึงวันงาน

จิงๆแล้วงานเริ่มตอน 9.30 น.

เราก็มาถึงแต่เช้า ประมาณ 8 โมงเช้า

เพื่อมาเช็คความเรียบร้อยของสถานที่กับแม่บ้าน และช่าง

แล้วก็เตรียมโต๊ะลงทะเบียนกับเอกสารอื่นๆ

 

อีโรคจิต มาถึงประมาณ 8 โมงกว่าๆ

มาถึงไม่ทักกรูเลย

แล้วก็เข้าไปในงาน ทำเป็นเจ้ากี้เจ้าการ

อย่างกับตัวเองเป็นแม่งาน

แถมยังไม่รู้ ห่า อะไรเลย

ไปถามช่างอย่างนั้นอย่างนี้

ช่างก็ งง ดิ อะไรวะ

มาถามเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่กรู

ช่างก็เลยมาพามัน มาถามเรา

ให้มันรู้บ้างสิวะว่า กรูหน่ะ คนจัดการทุกอย่าง

ถ้าอยากรู้ ก็ถามกรู

อีช้างลาก ไม่เคยช่วยอะไรกรูเลย

ไม่รู้ ห่า อะไรเลย

แต่ทำตัวเป็น แม่งาน เอาหน้าซะใหญ่โต

หลังจากนั้นมันก็ไปแดกข้าวเช้า

กรูก็ทำต่อคนเดียว

 

ซักพัก ผู้ร่วมงานอีกคนก็มา

เราก็เลยเอาของว่างให้เค้าไปจัดการ

มีแซนวิชแฮม บัตเตอร์เค้ก แล้วก็กาแฟ

 

พออีโรคจิตแดกข้าวเสร็จกลับมา

มาถึงหน้างาน

ตอนนั้น มีเรา ผู้ร่วมงาน แล้วก็นักศึกษาที่มาช่วยงานอีกคนนั่งอยู่

มันทัก ผู้ร่วมงาน กับนักศึกษา

แบบว่า กรูไม่ใช่อากาศธาตุนะ อีดอก

แถมเพิ่งจะมาบอกว่า วิทยากรเป็นมังสวิรัติ

อี...อี...อี สาดดดดดดดดดดดด

 

ทำไมมรึงไม่บอกพวกกรูเอาปีหน้าเลยหล่ะ

 

แล้วมันก็พานักศึกษา 1 คนไปอัญเชิญวิทยากรผู้วิเศษของมัน

พอวิทยากรมาถึง

เราก็เห็นนักศึกษาผู้ช่วยมันเดินออกไปจากงาน

แต่เราไม่ทันได้ถามว่าไปไหน

ในขณะนั้น เราก็ดูแลเรื่องการลงทะเบียนหน้างาน

ส่วนผู้ร่วมงานอีกคนก็จัดการเสิร์ฟของว่างให้วิทยากร

ก็เลยเสิร์ฟได้แค่ บัตเตอร์เค้ก กับ กาแฟ

(ส่วนแซนวิชแฮม ก็เสร็จโจรอย่างกรู)

 

ซักพัก นักศึกษาที่อีโรคจิตเรียกมาช่วย

ก็วิ่งกลับมาพร้อมกับ กาแฟร้อน 1 ถ้วย

พอมาถึง เราก็บอกนักศึกษาคนนั้นว่า

วิทยากรได้รับกาแฟแล้วนะ

เด็กก็บอกว่า อ้าว

แล้วเราก็ถามว่า ใครสั่งให้ไปซื้อ เพราะเตรียมของว่างไว้ให้แล้ว

เด็กก็ตอบว่า .... (หมายถึง อีโรคจิต นั่นแหล่ะ)

เราก็เลยบอกเด็กว่า

ทีหลังถามคนอื่นๆให้แน่ใจก่อนว่าได้จัดเตรียมไว้มั้ย??

เพราะโดยปกติ มันก็ต้องเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว

 

แต่ก็อย่างว่าแหล่ะ

อีโรคจิตมันคงนึกว่า คนอื่นๆทำงานกันไม่เป็น

คนอย่างกรูหน่ะนะ

เป็นคนละเอียด จัดเตรียมความพร้อมทุกอย่าง

ก่อนที่จะลงมือทำอยู่แล้ว

แล้วก็ไม่มาทำเป็นหน้าใหญ่ ทำตัวเป็นแม่งานใหญ่

ทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเค้าเลยเหมือนมรึงหรอก

 

พองานเลิก

มันก็อัญเชิญวิทยากรไปกินข้าวกับมัน

โดยที่ไม่พูดอะไรกับกรูซักคำ

 

ซักพัก ผู้ร่วมงานอีกคนก็มาบอกกรูว่า

อีโรคจิต เชิญพวกเราไปกินข้าวกับวิทยากร

ขอโทดเถอะ กรูรู้จักนิสัยอีสาดนี่ดี

มันคงชวนแต่ผู้ร่วมงานคนนี้คนเดียว

แต่ผู้ร่วมงานคนนี้ก็แสนดี

มาบอกกรู แบบว่า มองโลกในแง่ดี

กรูก็เลยปฏิเสธไป แบบว่า ไม่ไหวว่ะ

เดี๋ยวกระเดือกไม่ลง แถมจะอ๊วกออกมากลางโต๊ะ

แล้วจะดูไม่งามต่อหน้าวิทยากรผู้ทรงเกีรติของมัน

 

.........................

 

ตอนนี้เหลือเวลาอีกเดือนกว่าๆ

ที่ต้องทนทำงานกับอีโรคจิตคนนี้

หลังจากนี้

สาธุ...ชาตินี้ขออย่าให้กรูได้เจอกับคนเลว...วไม่รู้จักแยกแยะ

อย่างอีโรคจิตคนนี้อีกเลย

 

ทำงานกับอีคนประเภทนี้แล้วก็ ปวดประสาท

ทำเอากรูเสียจริตเป็นช่วงๆ

 

ป.ล. ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมว่า ทำไมเราเรียกมันว่า

อีโรคจิตไม่รู้จักจบจักสิ้น

ก็กลับไปอ่านไดหน้าเก่าๆหน่อยละกันนะ

หน้าที่เขียนถึงคนหลายๆประเภทที่เราเจอและเกลียดหน่ะ

 

...................

 

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนเจอะเจอแต่คนดีๆ ไม่เจอแบบเรานะ

สุขภาพจิต สุขภาพกายจะได้ดีขึ้น

 

 

 

 

Posted on Sun 10 Aug 2008 20:04

 

 
  
 







Comments

ตอนนี้ก็หายแล้วล่ะ เพราะเราไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน แต่บางครั้งพอคนอื่นเอามันมาปะปนกันแล้วงานมันเสียไง เลยหงุดหงิด

แต่ตอนนี้ก็แค่คิดว่า เค้าคงมีปัญหาอะไรซักอย่างเกี่ยวกับตัวเค้าเอง แล้วหาที่ลงไม่ได้มั๊ง คิดซะว่า ช่างคนบ้าประสาท ปล่อยมันไปซักคน
jerks   
Sun 10 Aug 2008 21:24 [2]

ใจเย็นๆน๊า แต่อารมณ์แบบนี้เคยเป็นเหมือนกัน
ลองแผ่เมตตาให้เค้าสิคะ อาจจะทำให้อะไรๆดีขึ้น :)
plla.diaryclub.com   
Sun 10 Aug 2008 20:31 [1]




Post Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn